สูตแทงบอลตามน้ำ เทคนิคการแทงโดยใช้ “ค่าน้ำ”

By | December 30, 2019

แทงบอล ค่าน้ำ

ในบทความก่อนหน้านี่เราได้แนะนำเกี่ยวกับคำศัพท์เบื้องต้น สำหรับการแทงบอลอย่างคำว่า “ค่าน้ำ” ในบทความเรื่อง ภาษาบอลพื้นฐาน ค่าน้ำ คืออะไร!? กันไปแล้ว ซึ่งในครั้งนี้อย่างที่ได้สัญญากันเอาไว้ในช่วงท้ายของบทความ เราจะมาแนะนำสูตรการดูค่าน้ำ เพื่อให้คุณสามารถชนะเดิมพันได้ไม่ยาก

โดยเพื่อให้เข้าใจสูตรนี้มากขึ้น ก่อนจะปถึงนั้นตอนว่าแทงอย่างไร ตัวเลขแต่ละแบบหมายความว่าอย่างไร เราขอแนะนำให้รู้จักกับค่าน้ำแต่ละแบบที่มักจะเห็นได้ในเว็บพนันบอลกันก่อน

ซึ่งหลักๆ เลยจะมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกันคือ ค่าน้ำแบบมาเล หรือที่เรียกว่าราคามาเล, ค่าน้ำแบบฮ่องกง หรือที่เรียกว่าราคาฮ่องกง, ค่าน้ำแบบยุโรป หรือที่เรียกว่าราคายุโรป ซึ่งแต่ละประเภทจะมีรายละอันดแต่กต่างกันไปดังนี้

1. ค่าน้ำแบบมาเล หรือราคามาเล อักษรย่อ MY

สำหรับในเว็บพนันโดยทั่วไปนั้นเราจะสามารถเลือกว่าจะเล่นค่าน้ำแบบไหนก็ได้ ซึ่งค่าน้ำมาเลก็ถือเป็นอีกหนึ่งค่าที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากเป็นค่าน้ำที่ดูง่าย ทั้งยังมีการแบ่งสีเอาไว้ชัดเจน โดยค่านำมาเล หรือราคามาเล นั้นจะมีอยู่ 2 สีด้วยกันคือ สีแดงและสีดำกำกับเอาไว้ที่ตัวเลข ซึ่งทั้ง 2 สีจะให้ความหมายที่แตกต่างกันดังนี้

สีดำ หรือค่าน้ำตัวดำ จะมีลักษณเป็นสีดำตามชื่อเรียก ซึ่งมีความหมายว่า แทงเท่าไหร่จะได้เงินตามตัวเลขที่เขียนกำหนดเอาไว้ หากเลยจะเสียเต็มราคาที่แทง

ตัวอย่างเช่น ค่าน้ำตัวดำ 0.88 แทง 100 หากเข้าจะได้ 88 บาท แต่เสียเสีย 100 บาท

สีแดง หรือค่าน้ำตัวแดง จะมาพร้อมเครื่องหมายลบ ซึ่งมีความหมายว่า แทงเท่าไหร่ หากได้จะเท่าเดิม แต่เสียจะกับตัวคูณที่ปรากฎอยู่

ตัวอย่างเช่น ค่าน้ำตัวแดง 0.8 หมายถึง แทง 100 หากเข้าจะได้ 100 แต่ถ้าเสีย จะเสีย 80 บาท นั่นเอง
ข้อดีของค่าน้ำแบบมาเลคือ สามารถรักษาทุนไว้ได้ ส่วนข้อเสียคือได้กำไรน้อยลง

2. ค่าน้ำแบบฮ่องกง หรือราคาฮ่องกง อักษรย่อ HK

สำหรับราคาแบบฮ่องกง ถือเป็นอัตราค่าน้ำรุปแบบหนึ่งที่ไดรับความนิยมอย่างมากในเว็บพนันบอลโดยทั่วไป ซึ่งลูกค่าเองสามารถเลือกปรับได้เหมือนกับค่าน้ำมาเล แต่บางเว็บไซต์ก็จะมีให้ดูไปพร้อมกัยเลยก็มี

ค่าน้ำแบบฮ่องกงจะแตกต่างจะค่าน้ำแบบมาเลตรงที่ ไม่มีตัวอักษรสีแดงเขียนกำกับเอาไว้ แต่จะมีเพียงแค่ตัวหนังสือสีดำ นั่นหมายความว่า จะมีราคาแบบเดียวคือ แทงได้เท่าไหร่คุณกับตัวเลขหลังอัตราต่อรองรอง

ตัวอย่างเช่น ราคา 1.16 แทงเดิมพัน 100 หากบอลเข้าจะได้ 116 บาทแต่ถ้าแทงเสียจะเสียเต็ม

ข้อดีคือ มีโอกาสที่เราจะได้เงินมากกว่าเงินเดิมพัน แต่ข้อเสียก็คือ เนื่องจากไม่มีค่าน้ำแบบตัวแดง ดังนั้นหากเสียจะมีราคาเดียวนั่นก็คือ เสียเต็มนั่นเอง

3. ค่าน้ำแบบยุโรป หรือราคายุโรป อักษรย่อ EU

สำหรับค่านำแบบนี้มักจะไม่ค่อยดึงดูดใจเหล่าเซียนมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าจะมีการคิดเงินที่ได้รวมกับต้นทุนด้วย แม้ว่าตัวคูณนั้นจะมากกว่าค่าน้ำทั้ง 2 แบบอย่างค่าน้ำมาเล และค่าน้ำฮ่องกงอย่างที่เรายกตัวอย่างไป

โดยค่านำแบบยุโรปมีความหมายคือ อัตรา 2.25 หมายความว่า แทง 100 จะได้เงิน 225 แต่หากเสียจะเสียเต็ม เนื่องจากไม่มีค่าน้ำตัวแดง เหมือนกับค่านำฮ่องงง

ข้อดีของค่าน้ำแบบยุโรปคือ มีโอกาสที่จะได้เงินมากเนื่องจากตัวคูณสูงกว่าค่าน้ำแบบมาเล แต่ข้อเสียก็คือการคิดราคาแบบรวมทุนนั่นเอง

สูตรแทงตามน้ำ

สำหรับสูตรการแทงตามน้ำนั้นก็ไม่มีอะไรมาก เทคนิคและวิธีการเล่นนั้นก็เหมือนกับชื่อเลย โดยเริ่มแรกให้เราสักเกตุค่าน้ำตอนก่อนเริ่มเกม โดยฝั่งที่มีค่าน้ำมากจะหมายความว่าเสียเปรียบกว่าอีกฝ่าย ยิ่งค่าน้ำห่างกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเสียเปรียบกันมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งคำตอบก็เพราะว่าโต๊ะต้องการเอาตัวคูณที่มากมาชดเชยการเสียเปรียบของทีมนั้น ทั้งยังเป็นการดึงดูดผู้เล่นด้วย ดังนั้นแล้วหากคุณเห็นค่าน้ำต่อเริ่มเกม อยากจะวางเงินเลยก็สามารถทำได้ แต่ต้องประกอบกับอัตาต่อรองด้วย หากไม่ต่างกันแบบมากจนเกินไป ทีมรักของคุณก็มีโอกาสอยู่

ต่อมาสูตรของเราจะเริ่มต้นทันทีเมื่อบอลผ่านไปได้ 20 นาที หรือมีการทำประตูเกิดขึ้นประตูแรก โดยช่วงเวลาดังกล่าวค่าน้ำจะมีการเปลี่ยน ดังนั้นแล้วหากเลยช่วงเวลาที่ว่านี้ไปทีมที่เราคิดจะเดิมพันยังมีค่าน้ำเปลี่ยนไปไม่มากเท่าไหร่ โอกาสก็ยังคงเป็นของเราอยู่ แต่หากกลับกันชนิดพลิกเลยล่ะก็ งานนนี้สวนได้สวน!! ซึ่งจะทำให้คุณมีโอกาสชนะได้มากกว่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามทั้งนี้ทั้งนั้น ในการแทงบอลจริงอยู่ว่าค่าน้ำคือราคาที่โต๊ะมีการวิเคราะห์เอาไว้แล้ว และมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา แต่ในการเล่นจะหวังพึงแต่เทคนิคนี้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ หากยังต้องดูฟอร์มการเล่นแบบสดประกอบด้วยถึงจะได้ผล ดังนั้นแล้วหากใครคิดจะเอาสูตรนี้ไปใช้ ก็ควรจะวิเคราะห์แบบรอบด้านประกอบด้วยล่ะ…