ภาษาบอลพื้นฐาน ค่าน้ำ คืออะไร!?

By | December 25, 2019

นอกเหนือจากอัตราต่อรองแล้ว ตัวเลขที่สำคัญไม่แพ้กันและคนที่คิดจะก้าวเข้าสู่วงการ พนันบอลออนไลน์ ควรให้ความสนใจก็คือคำศัพท์ที่เรียกว่า “ค่าน้ำ”

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับคำศัพท์ที่ว่านี้มาก่อน แต่เชื่อแน่ว่ามียังมีนักพนันอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันหมายความว่าอบย่างไร จำเป็นหรือสำคัญกับการแทงบอลมากแค่ไหน!? ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต้องบอกเลยว่า ในยุคที่พนันบอลก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์นั้น ค่าน้ำที่เราพูดถึงกันนี้ถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเว็บพนันหลายเจ้ามักใช้บริการของทีมวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถคาดเดาสถานการณ์ที่หน้าสนามได้อย่างแม่นยำ และทำให้อัตราต่อรอง รวมถึงค่าน้ำที่เราพูดถึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ดังนั้นแล้วหากคุณอยากจะทำกำไร หรือไม่อยากตกเป็นหมูในอวยของเว็บพนันล่ะก็ การทำความรู้จักกับคำศัพท์คำนี้ รวมถึงใช้มันในการวิเคราะห์การลงทุน ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย ดังนั้นว่าแล้วเราไปทำความรู้จักกับ “ค่าน้ำ” กันเลย…

ค่าน้ำคืออะไร

ตามความเข้าใจของคนทั่วไป หากเราจ่ายเงินแทงไป 100 บาท เมื่อแทงถูกย่อมหวังที่จะได้เงินคืน 100 บาทรวมเป็น 200 แต่ในความเป็นจริงแล้ว แต่ละโต๊ะจะมีอัตราของการจ่ายเดิมพันที่แตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของทีมนั้น

โดยค่าน้ำสำหรับการแทงบอลนั้น จะหมายถึง ค่าธรรมเนียมที่ทางเว็บหรือเจ้ามือตั้งเอาไว้เพื่อหัก % จากลูกค้า ในการทำกำไรนั่นเอง ซึ่งค่าน้ำที่ว่านี้จะมีการเขีบนกำกับเอาไว้ด้านหลังของอัตราต่อรอง มักจะเป็นเลขจำนวนเต็ม หรือจุดทศนิยม ซึ่งจะมากจะน้อยก็แล้วแต่ทีมที่กำลังได้เปรียบหรือเสียเปรียบนั่นเอง

ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจเรื่องของค่าน้ำในกาหรแทงบอลได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เราจะขอยกตัวอย่างของค่าน้ำเพื่อให้เห็นภาพกันชั

อัตราค่าน้ำ

ราคา -10 หรือ 10/9 หรื 0.9 มักจะเป็นอัตราค่าน้ำที่เราเห็นได้ระหว่างเกม ที่ทั้ง 2 ทีมมีฟอร์มการเล่นที่ไม่แตกต่างกันมากนัก หรือพูดง่ายๆ ก็คือสูสีคู่คี่นั่นเอง ซึ่งเงื่อนไขของการจ่ายเงินสำหรับค่าน้ำในอัตรานี้ก็คือ หากคุณแทงทีมต่อ 100 บาท เมื่อถูกจะได้รับเงิน 90 บาทด้วยกัน

ตัวอย่างเช่น แมนยู Vs ลิเวอร์พูล แมนยูต่อ 1-10

ราคา +10 หรือ 11/8 หรือ 0.72 มักจะเป็นค่าน้ำที่เกิดขึ้นในกรณีที่มีอัตราต่อรองที่มาก แต่ทว่าทีมต่อก็ยังคงได้เปรียบ เนื่องจากว่าทั้งสองทีมมีฟอร์มที่แตกต่างกันมาก โดยเงื่อนไขสำหรับค่าน้ำในกรณีนี้ก็คือ หากแทงทีมต่อ 11 จะได้ 8 ส่วนแทงทีมรอง 9 จะได้ 10

ราคา -5 หรือ -5/4 มักจะเป็นค่าน้ำที่เราพบได้ในกรณีที่มีการต่อรองแล้ว แต่ทีมรองยังได้เปรียบอยู่ ซึ่งเงื่อนไขก็คือ คนที่แทงทีมรอง หากบอลเข้าจะไม่ได้เงินเต็ม โดยจะมีอัตราการจ่ายดังนี้ แทง 10 จ่าย 8

ราคาขาว หรือ +5/4 สำหรับราคานี้จะสลับกับราคา -5 โดยจะใช้ในกรณีที่ทีมต่อได้เปรียบอยู่เล็กน้อย ซึ่งมีเงื่อนไขคือ หากแทงทีมต่อ ถ้าบอลเข้าจะได้ในอัตรา แทง 10 จ่าย 8 แต่ถ้าเล่นทีมรองจะได้เต็ม สลับกัน

นอกจากค่าน้ำที่เรายกตัวอย่างมากแล้ว หลังการดูค่าน้ำแบบง่ายๆ ในเว็บพนันยังมีการแบ่งแยกย่อยเอาไว้อีก ซึ่งหากใครที่ได้มีโอกาสทดลองแทงบอลผ่านเว็บมากันบ้างแล้ว ก็คงพอจะสังเกตเห็นค่าน้ำที่แบ่งเป็น 2 สีอย่างชัดเจนอย่างสีดำ และสีแดงนั้นเอง

ค่าน้ำทั้ง 2 สีนี้มีความหมายคือสีดำหมายถึง แทงเท่าไหรจะได้เงินคูณกับค่าน้ำตัวนั้น เช่นตัวดำ 1.0 หากเราแทง 100 บอลเข้าก็จะได้ 100 หรือตัวดำ 0.7 หากเราแทง 100 บอลเข้าจะได้เพียง 70 บาท

ส่วนค่าน้ำตัวแดง มีความหมายคือ หากแทงถูกจะได้เงินเต็มจำนวน แต่ถ้าเสียจะเสียเท่ากับเงินเดิมพันคูรค่าน้ำ เช่น ค่าน้ำตัวแดง 0.9 แทง 100 ถูกจะได้ 100 เสียแค่ 90 บาท หรือค่าน้ำตัวแดง 0.8 แทง 100 ถูกได้ 100 หากเสียเสียแค่ 80 บาท

ในบทความนี้ทำให้หลายคนได้เข้าถึงที่มาที่ไปของ “ค่าน้ำ” กันเบื้องต้นแล้ว แต่อย่างที่เราบอกเอาไว้ตอนต้น ตัวเลขที่ยกตัวอย่างมานี้ยังมีความสำคัญในการเล่นของเราด้วย ซึ่งเราจะมาแนะนำสูตรการดูค่าน้ำกันในครั้งหน้าครับ…